26 November 2008

The Great Wall, Beijing CN 2004

ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2547
มีโปรแกรมทัวร์กำแพงเมืองจีน มรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง
กำแพงเมืองจีน (จีนตัวเต็ม: 長城; จีนตัวย่อ: 长城; พินอิน: Chángchéng ฉางเฉิง) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ สร้างในสมัย พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ กำแพงเมืองจีนยังคงเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้ (จีนตัวเต็ม: 萬里長城; จีนตัวย่อ: 万里长城; พินอิน: Wànlĭ Chángchéng ว่านหลี่ฉางเฉิง) กำแพงเมืองจีนมีความยาวทั้งหมดถึง 6,350 กิโลเมตร และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางด้วย
กำแพงเมืองจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยมีเหตุผลดังนี้
1) เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด
2) เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
3) เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
4) เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
5) มีความคิดและความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์


















Beijing 2004

เช้าวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2547 หน้าโรงแรมกลางเมืองปักกิ่ง
อากาศเย็นได้ความรู้สึก 4 องศาซี
พร้อมกับสายลมหนาวเหน็บสอดทะลุเข้ามาในเสื้อกันหนาว
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทัวร์เมืองจีนในครั้งนี้
ตลาดผักสดข้างถนน หน้าโรงแรม ผักสดมาก ราคาถูกมาก และเย็นมากๆ


โปรแกรมเช้านี้ เข้าชม พระราชวังต้องห้าม
(จีน: 紫禁城; พินอิน: Zǐjìn Chéng จื่อจิ้นเฉิง; อังกฤษ: Forbidden City)
จากชื่อภาษาจีน แปลตามตัวอักษรได้ว่า "เมืองต้องห้ามสีม่วง"
ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามร่วมกับพระราชวังเสิ่นหยางเป็นหนึ่งในมรดกโลกในนาม พระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในปักกิ่งและเสิ่นหยาง เมื่อ พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) โดยเป็นมรดกโลกที่เป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้โบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/



คงยังเช้าอยู่ ผู้คนเลยดูบางตา


บันไดมังกร


ช่วงนี้กำลังซ่อมแซมใหญ่เพื่อเตรียมรองรับโอลิมปิค 2008




โอ่งเหล่านี้ใช้สำหรับการประดับตกแต่ง ขณะเดียวกันก็เป็นที่เก็บน้ำไว้ใช้ดับไฟหากเกิดอัคคีภัย ที่ถูกเรียกว่า‘ทะเลของประตู’หรือแหล่ง(โอ่ง)น้ำสำคัญหน้าประตูนี้ ในอดีตทหารชั้นผู้น้อยในพระราชวังมีหน้าที่คอยตักน้ำใส่โอ่งให้เต็มทุกใบ เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดไฟใหม้ ภายในพระราชวังต้องห้ามมีโอ่งทองสำริดและโอ่งเหล็กทั้งสิ้น 308 ใบ โอ่งแต่ละใบมีน้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม








อาคารสภาฯ ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นป้ายนับถอยหลังโอลิมปิค 2008

สนามบิน ใช้โครงสร้างที่ทันสมัย แต่ก็ยังมีลูกเล่นแบบจีนๆอยู่


23 November 2008

Sha-la-la by Walkers


ตามหาต้นฉบับเพลง Sha-la-la มานาน เพิ่งเจอตัวจริง ฉบับเดิมที่คุ้นเคยนั้นเป็นของ The Wynners
แต่ต้นตำรับเจ้าของเพลงนี้คือวง Walkers จากเดนมาร์ค
WAY TO GO: Torben Lendager (song),
Poul Denhardt (drums),
Gert Michelsen (guitar)
& Jan Hansen (bass)

16 November 2008

กระทงสาย จ.ตาก ปี พ.ศ.2551

ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดกระทงสายไหลประทีปพันดวงชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดโดยเทศบาลเมืองตาก อบจ.ตาก และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยอยู่ในหน่วยงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก ปี พ.ศ.2549 ได้ถ้วยพระราชทานครั้งแรก
มาปีนี้ พ.ศ.2551 ได้ถ้วยพระราชทานอีกครั้ง ปีนี้มีหน่วยงานเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 13 หน่วยงาน 12 หน่วยงานเป็นชุมชนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองตาก จุดเด่นของการได้รับรางวัลคะแนนรวมในปีนี้อยู่ที่การได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดกระทงนำ กระทงปิดท้าย และการลอยกระทง เป็นหลัก
ดูรายละเอียดของการประกวดได้ ลิงค์ของเทศบาลเมืองตาก ที่นี่
และลิงค์ของ มทร.ล้านนาตาก ที่นี่






แถมท้ายเป็นภาพการประกวดเมื่อปี พ.ศ.2549 ที่ได้ถ้วยพระราชทานครั้งแรก


12 October 2008

15 กันยายน 2550







งานฉลองก่อนงานแต่งงานของนายติ๊ก
ที่ร้านระเบียงไม้ กลางเมืองโคราช
มากันสิบกว่าคน มีแขกพิเศษคือ พี่สนธยา เพื่อนร่วมรุ่นสถาปัตย์ลาดกระบัง